การบรรลุมรรคผล
#วิถีจิตก่อนเข้าสู่มรรควิถี
๑. อดีตภวังค์ (ภวังค์อดีต)
๒. ภวังคจลนะ (ภวังค์สะเทือน)
๓. ภวังคุปัจเฉทะ (ตัดกระแสภวังค์)
๔. มโนทวาราวัชชนะ (ลงทางมโนทวาร)
มรรควิถีของมันทบุคคล
อุป. ฐิ ภัง.
ชวนะที่ ๑ บริกรรม (การทำให้เรียบเพื่อรอการเกิดขึ้นของมรรค)
ชวนะที่ ๒ อุปจาระ (ใกล้ชิดมรรค คือจวนๆจะดับแล้ว แต่ยังไม่ดับ
ชวนะที่ ๓ อนุโลมญาณ (เป็นไปตามลำดับอนุโลมญาณต่ำไปหาอนุโลมญาณสูง คือญาณเครื่องตัดสินใจว่าไม่ผิดแน่
ชวนะที่ ๔ โคตรภูญาณ (โอนโคตรปุถุชนเข้าสู่โคตรของพระอริยะ เพื่อจะหน่วงเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์)
ชวนะที่ ๕ มรรคญาณ (ทำลายกิเลสให้เป็นสมุทเฉทปหาน
ชวนะที่ ๖ ผลญาณ (เสวยผลหลังจากมรรคปหานกิเลสแล้ว มีพระนิพพานเป็นอารมณ์)
ชวนะที่ ๗ ผลญาณ
ภวังค์ (คั่นในระหว่าง)
ปัจจเวกขณญาณ (พิจารณากิเลสที่ละได้แล้วเป็นต้น)
สำหรับชวนจิตทั้ง ๗ ของมันทบุคคล คือบริกรรม อุปจาระ อนุโลม โคตรภู มรรค และผลญาณ ๒ ขณะ แล้วมีภวังค์มาคั่น จากนั้นจึงเป็นปัจจเวกขณญาณ พิจารณามรรคผลที่ตนได้บรรลุแล้ว และพิจารณากิเลสที่ละได้แล้วและยังเหลืออยู่ตลอดถึงการพิจารณาพระนิพพาน สำหรับอนุโลมญาณของมันทบุคคล คือบริกรรม อุปจาระ อนุโลม ทั้ง ๓ นี้รวมกัน
มรรควิถีของติกขบุคคล
อุป. ฐิ ภัง.
ชวนะที่ ๑ อุปจาระ
ชวนะที่ ๒ อนุโลมญาณ
ชวนะที่ ๓ โคตรภูญาณ
ชวนะที่ ๔ มรรคญาณ
ชวนะที่ ๕ ผลญาณ
ชวนะที่ ๖ ผลญาณ
ชวนะที่ ๗ ผลญาณ
ภวังค์
ปัจจเวกขณญาณ
สำหรับชวนจิตทั้ง ๗ ของติกขบุคคล คืออุปจาระ อนุโลม โคตรภู มรรค และผลญาณ ๓ ขณะแล้ว จึงมีภวังค์มาคั่น จากนั้นจึงเป็นปัจจเวกขณญาณ สำหรับอนุโลมญาณของติกขบุคคล คืออุปจาระ อนุโลม ทั้ง ๒ นี้รวมกัน จะไม่มีบริกรร
๑. อดีตภวังค์ (ภวังค์อดีต)
๒. ภวังคจลนะ (ภวังค์สะเทือน)
๓. ภวังคุปัจเฉทะ (ตัดกระแสภวังค์)
๔. มโนทวาราวัชชนะ (ลงทางมโนทวาร)
มรรควิถีของมันทบุคคล
อุป. ฐิ ภัง.
ชวนะที่ ๑ บริกรรม (การทำให้เรียบเพื่อรอการเกิดขึ้นของมรรค)
ชวนะที่ ๒ อุปจาระ (ใกล้ชิดมรรค คือจวนๆจะดับแล้ว แต่ยังไม่ดับ
ชวนะที่ ๓ อนุโลมญาณ (เป็นไปตามลำดับอนุโลมญาณต่ำไปหาอนุโลมญาณสูง คือญาณเครื่องตัดสินใจว่าไม่ผิดแน่
ชวนะที่ ๔ โคตรภูญาณ (โอนโคตรปุถุชนเข้าสู่โคตรของพระอริยะ เพื่อจะหน่วงเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์)
ชวนะที่ ๕ มรรคญาณ (ทำลายกิเลสให้เป็นสมุทเฉทปหาน
ชวนะที่ ๖ ผลญาณ (เสวยผลหลังจากมรรคปหานกิเลสแล้ว มีพระนิพพานเป็นอารมณ์)
ชวนะที่ ๗ ผลญาณ
ภวังค์ (คั่นในระหว่าง)
ปัจจเวกขณญาณ (พิจารณากิเลสที่ละได้แล้วเป็นต้น)
สำหรับชวนจิตทั้ง ๗ ของมันทบุคคล คือบริกรรม อุปจาระ อนุโลม โคตรภู มรรค และผลญาณ ๒ ขณะ แล้วมีภวังค์มาคั่น จากนั้นจึงเป็นปัจจเวกขณญาณ พิจารณามรรคผลที่ตนได้บรรลุแล้ว และพิจารณากิเลสที่ละได้แล้วและยังเหลืออยู่ตลอดถึงการพิจารณาพระนิพพาน สำหรับอนุโลมญาณของมันทบุคคล คือบริกรรม อุปจาระ อนุโลม ทั้ง ๓ นี้รวมกัน
มรรควิถีของติกขบุคคล
อุป. ฐิ ภัง.
ชวนะที่ ๑ อุปจาระ
ชวนะที่ ๒ อนุโลมญาณ
ชวนะที่ ๓ โคตรภูญาณ
ชวนะที่ ๔ มรรคญาณ
ชวนะที่ ๕ ผลญาณ
ชวนะที่ ๖ ผลญาณ
ชวนะที่ ๗ ผลญาณ
ภวังค์
ปัจจเวกขณญาณ
สำหรับชวนจิตทั้ง ๗ ของติกขบุคคล คืออุปจาระ อนุโลม โคตรภู มรรค และผลญาณ ๓ ขณะแล้ว จึงมีภวังค์มาคั่น จากนั้นจึงเป็นปัจจเวกขณญาณ สำหรับอนุโลมญาณของติกขบุคคล คืออุปจาระ อนุโลม ทั้ง ๒ นี้รวมกัน จะไม่มีบริกรร
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น